จากคดีฆ่าเศรษฐีนีนามสกุลดังแล้วนำทิ้งศพบ่อน้ำในสวนหลังบ้านในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาเป็นชาย 1 คน มาเค้นสอบปากคำ จนยอมรับสารภาพ พร้อมทั้งซัดทอดว่า “เจ๊ปุ้ย” หญิงคนสนิทและเป็นคนที่ผู้ตายไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นคนก่อเหตุ

โดยล่าสุดตำรวจคุมตัวนางโสมสุดา อายุ 43 ปี หรือ “เจ๊ปุ้ย” หนึ่งในคนที่ตกเป็นผู้ต้องหา ฆาตกรรม นางสาวปนิฐิ หรือ “เจ๊ม่วย” อายุ 77 ปี เศรษฐีนีในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งชุดสืบสวนติดตามจับตัวได้บริเวณอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี

เร่งคลายปม "เศรษฐีนี" เสียชีวิตปริศนา คาดฆ่าล้างหนี้!

ล่าไอ้โม่ง! บุกบ้านเศรษฐีนี ผวาหนักเจอบุกปล้น 2 ครั้งใน 2 สัปดาห์ติด

โดย เจ๊ปุ้ย ปฎิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเจ๊ม่วย และที่เดินทางมาที่อำเภอเขมราฐ เพราะต้องการเดินทางมาปฎิบัติธรรมที่สถานปฎิบัติธรรมคำบอนวังนาคา ไม่ได้จะหลบหนี

ทั้งนี้เจ๊ปุ้ย ให้ข้อมูลว่า รู้จักกับเจ๊ม่วย มาประมาณ 6-7 ปี เพราะเป็นเพื่อนบ้านละแวกเดียวกัน และยังทำธุระกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบ ที่ผ่านมาเจ๊ม่วย ปล่อยเงินกู้ร้อยละ 50 แล้วเก็บไม่ได้ ก็เอาโฉนดที่ดินไปจำนองกับนายทุนหลายแห่ง โดยเจ๊ปุ้ย เป็นคนค้ำประกันให้ แต่ไม่เคยได้ส่วนแบ่งค่าจ้างแต่อย่างใด รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ระยะหลังเจ๊ม่วยเก็บเงินที่ปล่อยกู้ไม่ได้ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน

กระทั่งวันที่ 19 ม.ค. ได้นัด นายกฤษฎ์ ซึ่งเป็นน้องชาย เข้าไปเครียร์ปัญหากับ เจ๊ม่วย แต่เกิดมีปากเสียงกัน โดยเจ๊ปุ้ย อ้างว่า นายกฤษฎ์ เห็นว่าคุยกันไม่รู้เรื่องจึงเข้าไปล็อกคอเจ๊ม่วย ก่อนจะบีบคอจนแน่นิ่งแล้วนำเชือกมารัดคอ

จากนั้นนายกฤษฎ์ ก็ไปถอดกล้องวงจรปิดและเซิร์ฟเวอร์ ก่อนจะอุ้มเจ๊ม่วย ไปทิ้งบ่อน้ำ และแยกย้ายกลับบ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยเจ๊ปุ้ยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฆ่าเจ๊ม่วย และนายกฤษเป็นคนทำคนเดียว เธอเพียงแต่อยู่ในเหตุการณ์และรู้เห็นเท่านั้น

ทั้งนี้หลังจากสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว ตำรวจได้นำตัวเจ๊ปุ้ยเดินทางไปจังหวัดจันทบุรี เพื่อสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่คำให้การของเจ๊ปุ้ย ขัดแย้งกับข้อมูลของ นายกฤษฎ์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับเมื่อวานนี้

โดย นายกฤษฎ์ อ้างว่า เขาได้รับติดต่อจากเจ๊ปุ้ย ให้มารับและพาไปที่บ้านเกิดเหตุ โดยได้ขี่รถจักรยานยนต์ ไปรับเจ๊ปุ้ยจากโรงแรม แล้วพามาที่บ้านเกิดเหตุ โดยจอดรถห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย จากนั้นก็เดินไปที่บ้านเกิดเหตุ แล้วเจ๊ปุ้ย เข้าไปในบ้านดังกล่าวก่อน ประมาณ 20 นาที ก็ได้ยินเสียง เจ๊ปุ้ยเรียกให้ตามเข้าไปในบ้าน พอไปถึงก็เห็นว่าเจ้ม่วย นอนอยู่กับพื้นหันศีรษะไปทางบันไดขั้นชั้นสอง โดยเจ๊ปุ้ย บอกให้ นายกฤษฎ์ ขึ้นไปถอดเซิร์ฟเวอร์ในห้อง พอกลับลงมาก็พบว่ามีชายอีก 1 คน รออยู่แล้ว

จากนั้นเจ๊ปุ้ย บอกให้นายกฤษฎ์ และชายอีกคนช่วยกันแบกร่างเจ๊ม่วย ออกมาจากบ้านและนำไปทิ้งในบ่อน้ำ เพื่ออำพราง ก่อนจะแยกย้ายกันไป โดยเจ๊ปุ้ยให้นายกฤษฎ์พาไปหลบซ่อนที่สวนแห่งหนึ่งของอดีตสามีเจ๊ปุ้ย

ทั้งนี้จากคำให้การของทั้งสองคนที่ยังไม่ตรงกัน โดยเฉพาะประเด็นว่าใครเป็นคนลงมือทำร้ายเจ๊ม่วย ตำรวจจึงเค้นสอบปากคำ นายกฤษฎ์ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายนายกฤษฎ์ก็ออกมารับสารภาพทั้งหมดแล้ว ทั้งเรื่องเซิร์ฟเวอร์ที่หายไป ซึ่งยอมรับว่าหลังเกิดเหตุได้นำกลับบ้านไปชำแหละ แล้วไปทิ้งในสระน้ำลึก 3 เมตร เมื่อเจ้าหน้าที่ค้นหาก็พบชิ้นส่วนเซิร์ฟเวอร์ และฝาเครื่องสำรองไฟจริง จึงยึดไว้ตรวจสอบ

ส่วนเรื่องชายคลุมโม่ง อีกคนที่นายกฤษฎ์ ให้การในตอนแรกนั้น ก็ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการกุเรื่องขึ้นมา เพราะกลัวความผิด

ซึ่งจากคำให้การของทั้งสองคน ก็ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุมีเพียง นายกฤษฎ์ กับ เจ๊ปุ้ย ร่วมกันเพียง 2 คนเท่านั้น หลังจากนี้ตำรวจจะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งในเรื่องของผู้ก่อเหตุว่าใครเป็นคนลงมือทำร้ายเจ๊ม่วย กันแน่ และปมเหตุมาจากอะไร โดยจะสรุปผลและแถลงข่าววันพรุ่งนี้

วิเคราะห์บอลคำพูดจาก เว็บสล็อต! เอเชียน คัพ 2023 ซาอุฯ พบ ทีมชาติไทย 25 ม.ค.67

พยากรณ์อากาศล่วงหน้าช่วง 27 ม.ค.-2 ก.พ. ฝนฟ้าคะนอง อุณหภูมิสูงขึ้น

ฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 ได้ 14 ทีม เข้ารอบน็อคเอาท์

By admin